ธรรมนูญคริสตจักร

ธรรมนูญคริสตจักรพระคริสต์รวมใจ

ฉบับแรกหมวดที่ 1 ชื่อ เครื่องหมาย ที่ตั้ง

1.                   ให้เรียกคริสตจักร ว่า คริสตจักรพระคริสต์รวมใจและให้ใช้นามย่อในภาษาไทยว่า พ.ร.จ.เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “United Spirit Church of Christ” ใช้นามย่อในภาษาอังกฤษว่า “USCC”

2.                   สำนักงานที่ตั้ง ปัจจุบันให้เป็นไปตามประกาศแนบของคณะธรรมกิจ สำหรับสถานที่ตั้งแห่งแรก ได้แก่ เลขที่ 3/32 หมู่ที่ 3 ต. บางน้ำจืด อ. เมือง จ. สมุทรสาคร    3.                   เครื่องหมายของคริสตจักร มีลักษณะดังนี้

                                                   logo.jpg

ความหมายของเครื่องหมายได้แก่ อาคารรูปโบสถ์ที่มีพระคริสต์เป็นประธาน แสดงโดยสัญลักษณ์ไม้กางเขน และภายในมีความร่วมมือ ประสานใจของหมู่มวลสมาชิก

ที่ตั้งปัจจุบัน  

หมวดที่ 2 หลักข้อเชื่อ

1.                   เชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งปวง พระองค์ทรงดำรงอยู่ทุกหนแห่ง ทรงดำรงอยู่วานนี้ วันนี้และสืบไปเป็นนิจ และเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว

2.                   เชื่อว่าพระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า ได้มาบังเกิดเป็นมนุษย์ จากครรภ์ของนางมาเรียหญิงสาวพรหมจารี โดยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธ์ ทรงสภาพพระเจ้าและมนุษย์อย่างบริบูรณ์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์และปราศจากบาป พระองค์ทรงสละพระชนม์บนไม้กางเขน พระโลหิตหลั่งไหลออกมาไถ่ความบาปผิดของมนุษย์ หลังการสิ้นพระชนม์ 3 วัน พระองค์ทรงฟื้นขึ้น พระองค์เสด็จสู่สวรรค์ พระองค์ทรงชนะความตาย ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษย์ทั้งมวล 

3.                   เชื่อว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงเป็นผู้เล้าโลมที่พระเจ้าทรงประทานให้ ทรงทำงานในจิตใจของคนทั้งหลายให้รู้ถึงความผิดบาป ความชอบธรรม และทรงสำแดงให้มนุษย์รู้ว่าพระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ทรงสถิตอยู่กับผู้ที่เชื่อตลอดเวลา ทรงนำพา ปลอบประโลม และปรับปรุงแก้ไขในการดำเนินชีวิต 

4.                   เชื่อว่าพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมีพระลักษณะเดียวกัน มีอำนาจ มีความยุติธรรม และสง่าราศีเดียวกัน ตรีเอกานุภาพเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ 

5.                   เชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ได้รับการดลใจให้บันทึกไว้อย่างไม่ผิดพลาด สามารถช่วยให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์มีความรู้เรื่องความรอด และเป็นหลักแห่งความเชื่อและการปฏิบัติของผู้เชื่อทุกคน 

6.                   เชื่อว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายา แต่มนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้า จึงเป็นคนบาปและตกอยู่ในอำนาจของบาป ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงต้องการความรอดและการคืนดีกับพระเจ้า เพื่อรับการอภัยบาป 

7.                   เชื่อว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้น จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์  

8.                   เชื่อว่ามนุษย์จะรอดบาปได้โดยพระคุณของพระเจ้า โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ว่าพระองค์ทรงไถ่เราพ้นจากบาป เมื่อผู้นั้นได้กลับใจใหม่และสารภาพบาปอย่างแท้จริง จะได้รับพระคุณ ให้ได้รับความรอด 

9.                   เชื่อว่าพระเยซูคริสต์จะทรงเสด็จกลับมาอีกครั้งในวาระสุดท้ายของโลกด้วยฤทธานุภาพ เพื่อจะพิพากษามนุษย์โลก ผู้ที่เชื่อจะดำรงอยู่กับพระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์ 

หมวดที่ 3วัตถุประสงค์ 

1.              เพื่อเป็นสถานนมัสการพระเจ้าของผู้เชื่อ ทำการสรรเสริญพระเจ้า เทศนา และประกาศพระเกียรติของพระองค์

2.              เพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้เชื่อในการปรนนิบัติพระเจ้า ในการรับใช้และดูแลสมาชิก ได้แก่การศึกษาพระคัมภีร์ การร้องบทเพลงสรรเสริญ การอธิษฐานเผื่อ การสอนพระคัมภีร์ การเยี่ยมเยียน การจัดงานมงคล หรือการจัดพิธีไว้อาลัยในการจากไป และการสามัคคีธรรมอื่น ๆ

3.              เพื่อประกาศข่าวประเสริฐให้แก่ประชาชนทั่วไป ให้ได้รู้เรื่องความบาปของมนุษย์ และทางรอดโดยฤทธิ์เดชแห่งไม้กางเขน ของพระเยซูคริสต์ และความรักความเมตตาของพระองค์ต่อมนุษย์

4.              เพื่อเป็นที่สั่งสอนอบรมศีลธรรม การประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องชอบธรรมแก่คนทั้งปวง สนับสนุน ส่งเสริมให้สมาชิกเป็นคนดี เป็นแสงสว่างในการดำเนินชีวิตให้แก่ผู้อื่น เพื่อให้ทุกคนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

5.              เพื่อสงเคราะห์ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก และให้การสนับสนุนงานสังคมสงเคราะห์อื่น ๆ ให้การสอนวิชาการ ความรู้ต่าง ๆ ตามที่โอกาสอำนวย เพื่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

6.              ประสานงาน ให้การร่วมมือกับคริสตจักรอื่น ๆ พันธกรต่าง ๆ ในพระคริสต์ และกรมศาสนา ในงานกิจกรรมต่าง ๆ ตามโอกาสหรือเมื่อได้รับการร้องขอ 

หมวดที่ 4สมาชิก 

1.              สมาชิกแบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้

1.1 สมาชิกสมบูรณ์         1.2 สมาชิกทั่วไป       

2.     คุณสมบัติของสมาชิกสมบูรณ์     

2.1 เป็นผู้เชื่อที่ได้รับบัพติสมาแล้ว 

2.2 เข้าร่วมนมัสการเป็นประจำและมีใจในการถวายสิบลดตามสัญญาที่ต่อพระ เจ้า              

 2.3 ได้รับการรับรองจากคณะธรรมกิจ       

3.     คุณสมบัติของสมาชิกทั่วไป

3.1 เข้าร่วมนมัสการเป็นประจำ หรือร่วมนมัสการเป็นครั้งคราวแต่ไม่ได้สังกัดองค์กร คณะ หรือคริสตจักรอื่นใด              

3.2 ได้รับการรับรองจากคณะธรรมกิจ     

4.     สิทธิของสมาชิก              

 4.1 สมาชิกสมบูรณ์ได้รับสิทธิ์ดังนี้                       

ก. มีสิทธิ์เสนอชื่อผู้เป็นตัวแทนเลือกตั้งให้เป็นคณะธรรมกิจ                       

ข. มีสิทธิ์เสนอชื่อและหรือเสนอชื่อผู้เป็นตัวแทนในการเลือกสรรศิษยาภิบาล                       

ค. มีสิทธิ์ในการออกเสียงประชามติต่าง ๆ ตามที่คณะธรรมกิจ    กำหนด รวมถึงมีสิทธิ์ในการถอดประธาน และถอดคณะธรรมกิจทั้งชุด                       

ง. มีสิทธิ์ในการเสนอแนวทางในการบริหารคริสตจักร                         

. มีสิทธิ์ในการขอยืมใช้สถานที่หรือทรัพย์สินของคริสตจักรตามที่มี    ระเบียบกำหนดก่อนผู้อื่น                       

ฉ. มีสิทธิ์ในการขอดูบัญชี รายรับ-รายจ่ายของคริสตจักร                       

. สิทธิอันพึงได้จากการที่คริสตจักรได้รับสิทธิ์เมื่อเข้าสังกัดในองค์กรอื่นใด              

4.2 สมาชิกทั่วไปได้รับสิทธิ์ดังนี้                       

ก. มีสิทธิ์ในการออกเสียงประชามติต่าง ๆ ตามที่คณะธรรมกิจกำหนด                       

ข. มีสิทธิ์ในการเสนอแนวทางในการบริหารคริสตจักร

ค. มีสิทธิ์ในการขอยืมใช้สถานที่หรือทรัพย์สินของคริสตจักรตามที่มีระเบียบกำหนด รองจากสมาชิกสมบูรณ์ 

5.    หน้าที่สมาชิก       

5.1 ร่วมนมัสการ สรรเสริญพระเจ้าทุกวันอาทิตย์       

5.2 ร่วมสามัคคีธรรมกับผู้เชื่อ เพื่อให้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณเติบโต         

5.3 ร่วมงานรับใช้พระเจ้ากับกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ในคริสตจักร ได้แก่

·         รวีวารศึกษา โดยมีคณะครูรวีเป็นผู้ทำหน้าที่สอนเด็กเล็ก ยุวชนให้เรียนรู้พระคัมภีร์ และให้เด็กเติบโตอยู่ในความรักของพระเยซูคริสต์

·         บุรุษ สตรี โดยมีคณะบุรุษและสตรีเป็นผู้รับผิดชอบโครงการต่าง ๆ ที่สมาชิกจะร่วมสามัคคีธรรม เพิ่มความเข้มแข็งในการดำเนินชีวิตในครอบครัว และเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของคริสตจักร เช่นงานประกอบอาหาร การจัดรถรับส่ง เป็นต้น

·         อนุชน โดยมีคณะอนุชนเป็นผู้ทำหน้าที่ในการจัดงานประกาศต่าง ๆ การเรียนรู้พระคัมภีร์ การเป็นพยาน เรียนรู้การเป็นผู้นำในอนาคต

·         ยุวชน โดยมีคณะครูรวีเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้ยุวชนได้แสวงหาน้ำ พระทัยของพระเจ้า เรียนรู้แสวงหาตะลันต์ และเพื่อให้สามารถมีส่วนร่วมในการฝึกหัดการเป็นพยาน ศึกษาพระคัมภีร์·         งานโภชนาการ ร่วมรับใช้โดยการปรุงอาหารให้แก่สมาชิกเป็นประจำ หรืองานที่จัดเพื่อการประกาศต่าง ๆ                  

5.4 ประกาศข่าวประเสริฐ และเป็นพยานในชีวิตคริสเตียนให้กับคนทั่วไป 

5.5 หนุนใจ ให้การสนับสนุน อธิษฐานเผื่อ ศิษยาภิบาล ผู้นำ สมาชิกใน  ครอบครัว ผู้หลงหาย ให้ติดสนิทกับพระเจ้า และสร้างเสริมพระกายให้  แข็งแรงเติบโต

5.6   ร่วมกันถวายทรัพย์ ถวายแรงกาย แรงอธิษฐาน ในการประกาศแผ่นดินของพระเจ้าให้กว้างขวางออกไป        

5.7 ศึกษาพระคัมภีร์ เรียนรู้พระวจนะคำ เพื่อจะได้มีความเข้าใจในพระเจ้ามากยิ่งขึ้น และเพื่อที่จะได้เป็นพยานที่มีคำพยานที่ถูกต้อง 

6.    การสมัครสมาชิกภาพ       

6.1 ยื่นใบสมัครได้ที่คณะธรรมกิจ หากลาออกจากการเป็นสมาชิกองค์กรคณะ  หรือคริสตจักรอื่นใด ควรมีจดหมายรับรองจากคริสตจักรเดิม       

6.2 เมื่อคณะธรรมกิจ ตรวจสอบและเห็นว่ามีคุณสมบัติตามเงื่อนไข ให้การรับรอง 

7.    การสิ้นสุดสมาชิกภาพ       

7.1 พระเจ้ารับไป หรือเสียชีวิต       

7.2 การแจ้งความจำนงลาออก หรือขาดการติดต่อมากกว่า 2 ปี

7.3 ได้รับการตักเตือนมากกว่า 3 ครั้ง ในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขัดต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า ตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ หรือในธรรมนูญ 

หมวดที่ 6คณะธรรมกิจ และการบริหารงาน

   ภาระหน้าที่ในการนำพาให้คริสตจักรดำเนินงานในราชกิจ ตามวัตถุประสงค์ และตามน้ำ พระทัยของพระเจ้า และของพระเยซูคริสต์ผู้เป็นประมุขของคริสตจักร เป็นภาระของสมาชิกทุกคน แต่เพื่อให้การบริหารงานคล่องตัว มีประสิทธิภาพ จึงกำหนดรูปแบบดังนี้ 

1.       ให้มีการบริหารงานโดยคณะธรรมกิจ ซึ่งประกอบด้วยคณะบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คนแต่ไม่เกิน 12 คน ประกอบด้วย

1.1     ประธาน

1.2     รองประธาน 1-2 คน

1.3     เลขานุการ

1.4     เหรัญญิก

1.5     ตำแหน่งอื่น ๆ ตามแต่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร

2.              อำนาจหน้าที่ของคณะธรรมกิจ

2.1     ประธาน มีหน้าที่

·         เป็นประธานการประชุมคณะธรรมกิจตามวาระ

·         สั่งการเรียกประชุมฉุกเฉิน

·         เป็นผู้แทนในการประชุมกับองค์กรคริสตจักร ภายนอกในนามของคริสตจักรพระคริสต์รวมใจ

·         เป็นผู้นำในการบริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

·         เป็นผู้จัดให้มีการตรวจสอบบัญชีรายรับ รายจ่าย ให้เป็นไปตามมาตรฐานและโปร่งใส

·         ตรวจติดตาม เร่งรัด ปรับปรุงงานเพื่อให้เป็นไปตามที่แผนงานที่แถลงต่อมติที่ประชุม หรือมติสมาชิก

·         ชี้ขาดผลการประชุมเมื่อผลการประชุมมีเสียงเท่ากัน

2.2     รองประธาน

·         ทำหน้าที่แทนประธานเมื่อไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือได้รับมอบหมายจากประธาน

2.3     เลขานุการ

·         จดบันทึกการประชุม นัดหมาย ดูแลเอกสารสำคัญ ได้แก่ระเบียบต่าง ๆ ทำรายงานประจำปี ตามที่ได้แจ้งต่อหน่วยงานภายนอก

·         ปฎิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุม

2.4     เหรัญญิก

·         ควบคุมการทำบัญชีรับ จ่าย และทรัพย์สินของคริสตจักร และแสดงรายรับจ่าย แต่ละสัปดาห์ให้แก่สมาชิกทราบ

·         สั่งจ่ายเงินในบัญชี เพื่อใช้จ่ายได้คราวละไม่เกินจำนวนเงินที่คณะธรรมกิจกำหนด หรือตามที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการเบิกในแต่ละคราว

·         ทำรายงานทางการเงินแสดงต่อคณะธรรมกิจทุกเดือน

·         ปฎิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุม

2.5     กรรมการอื่น ๆ

·         ปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุม 

3.              คุณสมบัติของกรรมการ

3.1     เป็นสมาชิกสมบูรณ์

3.2     เป็นผู้มีความรู้ประสบการณ์ที่ดี

3.3     เป็นผู้มีความประพฤติดี เป็นแบบอย่าง มีความรับผิดชอบ 

4.              วาระคณะกรรมการ คราวละ 2 ปี 

5.              การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ เกิดจากการที่พระเจ้ารับไป การลาออก หรือการที่คณะธรรมกิจมีมติให้ออก (เสียงเกินกึ่งหนึ่ง) เนื่องจากเหตุผลด้านความประพฤติ หรือขาดคุณสมบัติ โดยต้องแจ้งให้กรรมการท่านนั้น ๆ ทราบภายใน 30 วัน นับแต่มีมติ การพ้นจากตำแหน่งของประธานสามารถทำได้โดยการถอดด้วยมติสมาชิกสมบูรณ์ จากนั้น ให้คณะธรรมกิจที่เหลือเลือกประธานกันใหม่ โดยให้รองประธานท่านใดท่านหนึ่งทำหน้าที่ประธานการเลือกตั้ง การพ้นสภาพของคณะธรรมกิจทั้งคณะก่อนหมดวาระทำได้โดยมติของสมาชิกสมบูรณ์เกินกึ่งหนึ่ง จากนั้นสมาชิกให้ดำเนินการสรรหาเลือกตั้งใหม่   

หมวดที่ 7การเลือกตั้งคณะธรรมกิจ       

1.       ให้มีการเลือกตั้ง ก่อนวาระการบริหารกรรมการชุดเก่าสิ้นสุดลง โดยคณะธรรมกิจเดิมเป็นผู้กำหนดจำนวน

2.       สัปดาห์แรกให้สมาชิกทั่วไปมีสิทธิ์เสนอชื่อผู้ที่เป็นกรรมการได้ 4 ท่าน

3.       สัปดาห์ที่ 2 สมาชิก คณะต่าง ๆ มีสิทธิ์เสนอชื่อได้คณะละ 3 ท่าน

4.       สัปดาห์ที่ 3 สมาชิกสมบูรณ์มีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง ผู้ดำรงตำแหน่งคณะธรรมกิจทั้งหมด โดยสามารถออกเสียงได้คนละ 3 ชื่อ

5.       ผู้ที่ได้คะแนนสูงที่สุดเรียงจากมากหาน้อยตามลำดับ จะได้รับการประกาศเป็นคณะธรรมกิจ หากคะแนนเท่ากันกำหนดให้เลือกใหม่ (คนละ 1 เสียง) เฉพาะผู้ที่คะแนนเท่ากัน

6.       ให้คณะธรรมกิจ กำหนดเลือกตั้งประธาน รองประธาน และตำแหน่งอื่น ๆ กันเอง และประกาศให้สมาชิกทราบในสัปดาห์ต่อไป หากผู้ที่ได้รับเลือกท่านใดถอนตัว ให้เลื่อนลำดับถัดไปรับหน้าที่ (การรับใช้พระเจ้าควรต้องกระทำโดยการอุทิศตน)  

หมวดที่ 8

ศิษยาภิบาล และผู้รับใช้ 

   เพื่อให้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของสมาชิกในคริสตจักรได้รับการดูแล และเพื่อให้ลูกแกะของพระเจ้าได้รับการเลี้ยงดู รวมถึงการให้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณเติบโตขึ้นเป็นที่พอพระทัย คริสตจักรเห็นชอบที่จะต้องมีศิษยาภิบาล และหรือผู้รับใช้ โดยการสรรหา คัดเลือกมีหลักเกณฑ์ ดังนี้

1.       ศิษยาภิบาล

1.1               เป็นผู้มีหน้าที่เทศนา ประกอบพิธีมหาสนิท และ บัพติสมา มีชีวิตส่วนตัวที่ดีเป็นแบบอย่าง มีความรู้ในพระคัมภีร์อย่างถูกต้อง มีเมตตา เป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณให้แก่ทุกคน ให้การแนะนำการดำเนินนโยบายของฝ่ายบริหาร ร่วมประชุมภายนอกตามที่คณะธรรมกิจร้องขอ สอนพระคัมภีร์ หรือจัดให้มีการเรียนการสอนพระคัมภีร์ อธิษฐานเยี่ยมเยียน สมาชิกที่เจ็บป่วย หรือตามที่ได้กำหนด เป็นที่ปรึกษาโครงการต่าง ๆ ในการประกาศข่าวประเสริฐ และการทำกิจกรรมกลุ่มต่าง ๆ

1.2               การเสนอชื่อและการคัดเลือก คณะธรรมกิจจะเสนอชื่อและคัดเลือกโดยเสียงส่วนใหญ่ให้การเห็นชอบ จากนั้น ทำการร่างขอบข่ายการรับใช้ และค่าตอบแทนเสนอต่อท่านผู้นั้น เมื่อท่านผู้นั้นตอบรับให้ประกาศต้อนรับและแจ้งให้สมาชิกทราบ

1.3               วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี การสิ้นสุดการเป็นศิษยาภิบาลก่อนสิ้นสุดวาระต่อเมื่อ ศิษยาภิบาลลาออก หรือพระเจ้ารับไป หรือเมื่อขาดการทำหน้าที่โดยไม่ได้แจ้งมากกว่า 3 ครั้ง หรือเมื่อคณะธรรมกิจมีมติยกเลิกสัญญาเนื่องจากการบกพร่องในความประพฤติ หรือไม่สามารถปฏิบัติงานได้เนื่องจากเหตุผลอื่นใด โดยจะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 45 วัน ในการต่อวาระหากที่ประชุมคณะธรรมกิจเห็นว่าศิษยาภิบาลเหมาะสมที่จะได้รับการต่อวาระให้แจ้งให้ที่ประชุมสมาชิกทราบ หากไม่มีผู้คัดค้านให้เรียนเชิญท่านรับงานต่อ หากมีผู้คัดค้านให้คณะธรรมกิจพิจารณา ผลการพิจารณาถือเป็นที่สุด หากไม่มีการต่อวาระให้แจ้งให้ท่านทราบก่อนล่วงหน้า เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน

1.4               ค่าตอบแทน ให้จัดให้มีในรูปรายเดือน และหรือในรูปสวัสดิการอื่น เช่น การรักษาพยาบาล การเดินทาง รวมทั้งเงินพิเศษในการรับใช้นอกเวลาหรือต่างประเทศ ค่าตอบแทนให้ทบทวนในคณะธรรมกิจเป็นรายปี

2.       ผู้รับใช้ 

2.1               ผู้รับใช้ ได้แก่ผู้ช่วยงานในคริสตจักร ตามที่คณะธรรมกิจให้การเห็นชอบ โดยมีวาระการทำงานได้ไม่เกินคราวละ 2 ปี สามารถต่อวาระได้เมื่อผ่านการประเมินงาน

2.2               ค่าตอบแทนของผู้รับใช้ยึดหลักการเดียวกับศิษยาภิบาล

2.3               การสิ้นสุดสัญญาก่อนหมดวาระเมื่อ ผู้รับใช้ลาออก หรือพระเจ้ารับไป หรือเมื่อขาดการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ได้แจ้งรวม 3 ครั้ง หรือเมื่อคณะธรรมกิจมีมติยกเลิกสัญญาเนื่องจากการบกพร่องในความประพฤติ หรือไม่สามารถปฏิบัติงานได้เนื่องจากเหตุผลอื่นใด โดยจะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน 

หมวดที่ 9 การประชุม

1.       การประชุมคณะธรรมกิจ อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง

2.       การประชุมใหญ่สามัญ จัดให้มีตามความเหมาะสม เช่นคราวละ 1 ครั้ง ต่อ 2 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งให้สมาชิกทราบเรื่องการเงิน การบริหาร หรือขอมติจากสมาชิกในเรื่องสำคัญ ๆ เช่น การขอมติเข้าสังกัดในองค์กรคริสตจักรแห่งหนึ่งแห่งใด การย้ายที่ตั้งของคริสตจักรเป็นต้น หมวดที่

10การเงิน

1.       รายรับ

·         จากเงินสิบลดที่สมาชิกถวายเพื่อราชกิจของพระเจ้า

·         จากเงินถวายพิเศษ ถวายขอบพระคุณ เงินถวายตามสัญญาที่ได้มีต่อพระเจ้า

·         จากถุงถวายในการนมัสการ

·         จากถุงถวายในการประชุมกลุ่มกิจกรรมเพื่อการรับใช้ต่าง ๆ

·         จากกล่องรับเงินถวาย เช่น ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดิน อาคาร ฯลฯ

·         จากผู้ที่มีความจำนงถวายเพื่อคริสตจักรพระคริสต์รวมใจ

·         ดอกเบี้ยจากการฝากเงิน

2.       รายจ่าย

·         รายจ่ายประจำสำหรับการดำเนินงาน ได้แก่ ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภค ค่าเดินทาง ค่าน้ำมันในการออกทำงานรับใช้ ค่าเงินเดือนสำหรับศิษยาภิบาล เงินสำหรับผู้รับใช้ เงินค่าอาหารประจำสัปดาห์ เงินค่าอุปกรณ์สำนักงานที่ชำรุด

·         รายจ่ายโครงการ ได้แก่รายจ่ายในการทำกิจกรรมของคริสตจักร เช่นงานประกาศรวม ให้การเบิกจ่ายใช้จากเงินกองกลาง ในส่วนการงานกิจกรรมของกลุ่มกิจกรรมให้ใช้จากสมาชิกกลุ่มกิจกรรม หรือแจ้งให้คณะธรรมกิจอนุมัติเพื่อขอใช้เงินกองกลาง

·         รายจ่าย อื่น ๆ ให้ผ่านความเห็นชอบจากคณะธรรมกิจทั้งหมด  

หมวดที่ 11 การแก้ไขธรรมนูญ 

    มีหลักการดังนี้ 

1.       ญัตติขอแก้ไขได้รับการเสนอผ่านคณะกรรมการในธรรมกิจท่านหนึ่งท่านใด นำมาหารือในที่ประชุมและมีกรรมการรับรองมากกว่า 2 ใน 3

2.       สมาชิกสมบูรณ์มากกว่า 2 ใน 3 ขอให้คณะธรรมกิจแก้ไข

3.       คณะธรรมกิจเสนอชื่อผู้ยกร่างธรรมนูญใหม่ และให้ทำการยกร่าง

4.       หลังการได้ร่างธรรมนูญใหม่ เสนอให้สมาชิกทั้งหมดให้การรับรอง ผลการรับรองคือเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง หากเสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งแต่สมาชิกสมบูรณ์ให้การรับรองมากกว่ากึ่งหนึ่งให้รับร่างเป็นธรรมนูญใหม่

5.       หากได้เสียงน้อยกว่าให้ทำการแก้ไขตามที่สมาชิกอภิปราย จากนั้นไม่เกิน 1 เดือนให้ทำการขอมติตามข้อ 4 อีกครั้ง

6.       ประกาศใช้ธรรมนูญใหม่หลังรับร่างภายใน 30 วัน 

———————————–  

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: